เมื่อพูดถึงโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ หลายคนอาจจะงง และสงสัยว่าโรคนี้คือโรคอะไร เกิดจากสาเหตุอะไร มีอันตรายอย่างไร และถ้าหากว่าเกิดอาการแล้วจะมีวิธีการรักษาอย่างไร นพ.พูนศักดิ์ อาจอำนวยวิภาส แพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ จะมาอธิบายให้ฟัง สาเหตุของโรค นพ.พูนศักดิ์ บอกว่า ปกติบริเวณข้อมือของคนเรานั้นจะมีลักษณะเป็นโพรง และมีพังผืดอยู่บริเวณด้านบน โดยจะมีทั้งเส้นเอ็นและเส้นประสาทใหญ่ที่เรียกว่า เส้นประสาทมีเดียน ลอดจากโพรงข้อมือไปสู่ฝ่ามือ และเมื่อพังผืดเกิดการหนาตัวมากขึ้น หรือเกิดการอักเสบขึ้น พังผืดนั้นก็จะไปกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ ทำให้เส้นประสาทเกิดอาการอักเสบ และเกิดอาการชาที่มือตามมา การที่พังผืดเกิดการหนาตัวมากขึ้นนั้นก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะมาจากสภาพร่างกาย เช่น อายุที่มากขึ้น ทำให้พังผืดอักเสบ และหนาตัวขึ้น, เพศ ซึ่งเพศหญิงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย, ลักษณะโครงสร้างของมือที่ผิดปกติ หรือลักษณะการใช้ข้อมือ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ก็สามารถเป็นสาเหตุได้เช่นกัน นอกจากการที่พังผืดเกิดการหนาตัวมากขึ้น และไปกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือแล้ว โรคนี้ยังอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย เช่น เกิดการกระดูกหักที่ข้อมือก็จะทำให้โพรงข้อมือแคบลง หรือเกิดการบาดเจ็บบริเวณข้อมือจากการหกล้ม หรือโรคบางอย่างเช่น เบาหวาน รูมาตอย ไทรอยด์ หรือเป็นโรคบางอย่างที่เกี่ยวกับพังผืดก็จะทำให้หนาตัวขึ้นได้ นอกจากนั้น ผู้ที่ใช้ข้อมืออย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เช่น ช่างฝีมือ พนักงานโรงงาน หรือผู้ที่ทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้เมาส์คอมพิวเตอร์นานๆ หรือผู้ที่ต้องรับโทรศัพท์นานๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดได้เช่นกัน ซึ่งถ้าเส้นประสาทถูกกดทับนานๆ เข้าก็อาจจะทำให้กล้ามเนื้อลีบลง และประสิทธิภาพการทำงานของมือลดลงตามไปด้วย อาการที่สังเกตได้ การที่จะสังเกตว่าตนเองเริ่มมีอาการของโรคนี้หรือไม่นั้น สังเกตได้จาก - เกิดอาการชาที่ฝ่ามือ อาจจะชาๆ หายๆ เหมือนเป็นเหน็บชา แต่พอนานๆ เข้าอาการก็จะชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ เกิดอาการชาที่บริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง - หลังจากนั้นอาการชาก็จะเป็นมากขึ้น และพบว่ามีอาการปวดร้าวร่วมด้วย และอาการจะกระจายขึ้นมาที่แขน - มักจะมีอาการปวดเวลากลางคืน หรือมีอาการชามากเวลาใช้มือ เช่น ทำงานบ้าน - ถ้ามีอาการมากๆ อาจจะเกิดอาการมืออ่อนแรงตามมา อาจจะถึงกับถือหนังสือพิมพ์อ่านก็ยังไม่ได้ และถ้าปล่อยเอาไว้นานๆ ไม่รักษากล้ามเนื้อก็จะอ่อนแรง กล้ามเนื้อมือจะลีบลง ผิดรูป ซึ่งอันตรายถ้าปล่อยเอาไว้นานๆ โดยไม่รักษา วิธีการรักษา อาการคร่าวๆ แบ่งได้เป็น 3 ระดับ - เกิดอาการชาอย่างเดียว ลักษณะอย่างนี้แพทย์มักจะแนะนำให้ปรับท่าทางการใช้มือ เช่น คนที่ต้องพิมพ์ดีด หรือใช้คอมพิวเตอร์บ่อยๆ ก็ให้หาหมอนมารองข้อมือ หรือพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มือข้างที่เกิดอาการชานั้นสักพักหนึ่ง รวมทั้งรับประทานยาแก้อักเสบ - มีอาการชามากขึ้น และมีอาการปวดร่วมด้วย แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยา และควบคู่กับการใส่เฝือกพยุงข้อมือ เพื่อให้ลดการใช้งานเกี่ยวกับมือลง - ถ้าชา และมีอาการปวดมาก อาจจะต้องมีการฉีดยาแก้อักเสบที่โพรงข้อมือ ร่วมกับการรับประทานยา แต่ถ้าฉีดยาแล้วไม่ได้ผลก็อาจจะต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อไป การผ่าตัดนั้นก็จะแบ่งออกเป็น 2 วิธี 1.ผ่าตัดแบบเดิม คือ แพทย์จะทำการผ่าตั้งแต่ข้อมือถึงฝ่ามือ ซึ่งแผลจะยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร เพื่อเอาตัวพังผืดออกมา ทำให้เส้นประสาทไม่ถูกกดทับ ซึ่งหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดแผล มือบวม ต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ แผลจึงจะหายพอที่จะทำงานเบาๆ ได้ และจะกลับมาเป็นปกติประมาณ 3 เดือน 2.การผ่าตัดโดยส่องกล้อง โดยจะสอดกล้องเข้าไปในโพรงข้อมือ แล้วตัดพังผืดออกมา โดยแผลจะมีขนาดเล็ก และไม่ค่อยปวดแผลมากนัก การผ่าตัดแบบนี้แผลจะหายไว และสามารถกลับไปทำงานได้หลังจากผ่าตัด 3 วัน
วิธีการป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน และหลีกเลี่ยงการใช้งานที่เป็นอันตรายต่อข้อมือ หรือลดอาการใช้มือข้างนั้นลง - หลีกเลี่ยงการกระแทกโดยตรงบริเวณข้อมือตอลดเวลา อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน หรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือเพื่อลดการกระแทก - คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยเบาหวานควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และเคร่งครัด ควบคุมไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป - ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามีอาการมือชา และไม่ดีขึ้น หรือจับของและหล่นบ่อย ก็แสดงว่าเริ่มเกิดอาการแล้ว ควรจะไปพบแพทย์ - อีกสิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ก็คือ การออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายข้อมืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ มีความแข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นต่างๆ แข็งแรงจะเป็นตัวป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดจากการกระแทกได้ รู้ข้อมูลแบบนี้แล้ว การระมัดระวังตัว และดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงการใช้มือซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะทำให้ห่างไกลจากอาการของโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือได้ไม่ยาก ** ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลปิยะเวท
|
เมื่อ ส. 14 ส.ค. 2553 @ 15:11
555 [ลบ]
ตอนนี้เป็นนิ้วล็อกอยู่ รู้สึกแย่มากๆ เพราะเป็นคนที่ชอบทำงานและต้องใช้นิ้วมือตลอดเวลา กินยารักษาอยู่ คุณหมอที่ดูแลอาการอยู่จะให้ฉีดยา แต่ตัวเองไม่อยากฉีด คุณหมอเลยให้ยาทานตลอด อยากไปรักษาที่คุณหมอวิชัย เพราะอ่านดูรายละเอียดแล้ว เพราะกลัวการผ่าตัดทุกรูปแบบ เพราะเคยโดนผ่าตัดใหญ่มาแล้ว 3 ครั้งทำให้รู้สึกไม่ดี ใครพอจะมีรายละเอียดของคลีนิคที่คุณหมอเปิดนอกเวลา ขอรายละเอียดด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งคะ
เมื่อ ศ. 15 ต.ค. 2553 @ 23:30
565 [ลบ]
เมื่อ จ. 18 ต.ค. 2553 @ 17:01
566 [ลบ]
คุณแม่เป็นเบาหวานค่ะ แล้วมีอาการนิ้วล็อคหมอให้ยามาทานก็ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดได้หรือเปล่าค๊ะ
เมื่อ อ. 28 ธ.ค. 2553 @ 20:23
581 [ลบ]
เมื่อ ส. 19 มี.ค. 2554 @ 02:40
620 [ลบ]
เมื่อ อา. 17 เม.ย. 2554 @ 16:14
633 [ลบ]
ถึง คุณwattana กระทู้ที่26
คลีนิคนพ.วิชัยอยู่ที่ตลาดรุ่งเจริญ ถนนสาธุประดิษฐ์ค่ะ เป็นแพทย์อยู่ที่รพ.เลิดสิน
เมื่อ พฤ. 28 เม.ย. 2554 @ 20:51
636 [ลบ]
ขอบคุณค่ะ
ที่พักเกาะเสม็ดเมื่อ จ. 09 พฤษภาคม 2554 @ 17:03
642 [ลบ]
เมื่อ ส. 21 พฤษภาคม 2554 @ 20:55
645 [ลบ]
ตอนนี้เป็นนิ้วล๊อคที่นิ้วโป้งข้างขวา เป็นมาเกือบเดือน คุณหมอให้กินยาก่อน การฉีดยามีอันตรายไหมคะ และอยากทราบว่า SUNCROC คืออะไร ราคาแพงไหม ขอบคุณคะ
เมื่อ จ. 13 มิ.ย. 2554 @ 12:10
649 [ลบ]
คุณแม่ไปผ่าตัดที่ศูนย์การแพทย์พัฒนาแป๊บเดียวเองหายขาดเลย
โรงแรมพัทยา
เมื่อ พฤ. 23 มิ.ย. 2554 @ 11:27
652 [ลบ]
เป็นนิ้วล๊อคเหมือนกันค่ะและตอนนี้อาการชานิ้วมือและขาร่วมด้วยค่ะไปหาหมอแล้วหมอบอกให้ผ่านิ้วล๊อคค่ะ
จะรองไปซื้อsuncroc ดู ขอบคุณค่ะ
เมื่อ ศ. 15 ก.ค. 2554 @ 19:43
658 [ลบ]
เมื่อ พ. 03 ส.ค. 2554 @ 15:12
660 [ลบ]
ผมสอบถามราคาผ่าตัดไปที่ รุ่งเจริญโพลีคลีนิค ของ นพ.วิชัยฯ แล้ว ประมาณ 7,000 บาท สามารถนัดเวลาทำการผ่าตัดได้เลย อยากทราบว่า กรณีเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ จะใช้สิทธินี้ที่รุ่งเจริญได้หรือไม่ครับ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว
เมื่อ พฤ. 25 ส.ค. 2554 @ 15:38
664 [ลบ]
ง่ายๆ แค่หลักร้อยก็หายได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากแก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้ "ไม่ต้องเชื่อ ลองมาพิสูจน์เอง"
เมื่อ พฤ. 25 ส.ค. 2554 @ 15:41
665 [ลบ]
เมื่อ ส. 17 ก.ย. 2554 @ 00:34
676 [ลบ]
บังเอิญไปเจอวิธีรักษาด้วยตัวเองครับ อยากแบ่งปันให้คนที่เป็นลองดูนะครับ
ให้ลองหมุนแขนดูนะครับหมุนทีละข้างนะครับ หมุนทั้งแขนหมุนไปข้างหน้า 10 ครั้ง เริ่มจากข้างซา้ย แล้วก็ข้างขวาหมุนไปข้างหน้า 10 ครั้ง
เสร็จแล้วหมุนข้างซ้ายไปข้างหลัง 10 ครั้ง ข้างขวาหมุนไปข้างหลัง 10 ครั้ง
ลองทำดูทุกวันนะครับ ตอนตื่นนอน ก่อนและหลังกินข้าวทุกมื้อ ก่อนนอนอีกครั้งนึง
ถ้าคนที่เป็นไม่มาก วันแรกจะเห็นผลเลยครับ ไม่ต้องผ่าตัดกินยาให้ยุ่งยาก เพราะเส้นเอ็นที่ทำให้ล็อกมันอยู่ใต้รักแร้ เวลาเราหมุนแขนจะรู้สึกเลยว่า มันวิ่งมาที่ปลายนิ้ว
ลองดูนะครับ
เมื่อ อ. 27 ก.ย. 2554 @ 22:12
680 [ลบ]
เมื่อ พ. 09 พ.ย. 2554 @ 09:26
694 [ลบ]
จากผู้ป่วยนิ้วล็อค,ข้อเข่าเสื่อมมาเป็นผู้จำหน่ายใช้ดีแล้วบอกต่อ (ดูวีดีโอได้ใน google ) สาหร่ายแดง (Bio Astin) ไบโอแอสทิน Astaxanthin แอสตาแซนทิน ต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการเส้นเอ็นอักเสบ พังผืด ปวดหลัง
บรรจุ 1 ขวดบรรจุ 60 แคปซูล 1 แคปซูลบรรจุ 4 มิลลิกรัม
ราคาขาย 1 ขวด ๆละ 1400 .- 3 ขวดๆละ 1,300.- 6 ขวดๆละ 1,200.- 9 ขวดๆละ 1,000.- 12 ขวดๆละ 850.-
คุณณัชชา โทร T.084-716-8236
ประวัติความเป็นมา ทานก่อนอาหาร(ท้องว่าง) ทานก่อนอาหาร วันละ 1- 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ปลาแซลมอนโตเต็มวัยจะหากินในทะเลลึก แต่เมื่อถึงฤดูวางไข่มันจะกลับไปสู่แหล่งน้ำที่มันเกิด ซึ่งต้องว่ายน้ำถึง 7 วัน ระยะทาง 1,000 กม. และต้องไต่หน้าผาสูงชัน 7,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล โดยว่ายสวนกระแสน้ำตก นักวิทยาศาสตร์พบว่าเหตุที่ปลาแซลมอนแข็งแรง และทรหดเช่นนี้ เพราะในกล้ามเนื้อมีสาร Astaxanthin สูงที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น
Bio Astin เป็นผลิตภัณฑ์เสริม สารต้านอนุมูลอิสระ ผลิตจากสาหร่ายขนาดเล็ก Haematococcus pluvial lis โดยบริษัทมหาชนไซยาโนเทค มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา สารสีแดงที่สกัดได้จากสาหร่ายนี้มีชื่อว่า Astaxanthin เป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุดในโลกเหนือกว่าวิตามินอี 550 เท่า เหนือกว่า Beta-caretene 11 เท่า
ประโยชน์
1. ป้องกันการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคเสื่อม (ผู้ป่วยทุกโรคที่มาจาก cell เสื่อมทั้งหลาย)
2. ให้พลังและความทนทาน (เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก, นักกีฬา, นักเรียน)
3. ป้องกันรังสียูวีจากภายในร่างกายและเพิ่มความงามให้กับผิวพรรณ คือลบรอยเหี่ยวย่น เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสีผิว เพิ่มความ
ยืดหยุ่น เพิ่มความนิ่มนวล ลดจุดด่างดำ (เหมาะกับคนรักสวยรักงาม วัยรุ่น กลางคน ถึงวัยชราที่กลัวความแก่)
4. ปกป้องและบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น เพราะสาร astaxanthin สามารถผ่านตัวกรองเลือดที่ไปเลี้ยงลูกตาที่สารต้าน
อนุมูลอิสระอื่นไม่สามารถผ่านได้
5. ปกป้องสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น เพราะสาร astaxanthin สามารถผ่านตัวกรองเลือดที่
ไปเลี้ยงสมอง โดยที่สารต้านอนุมูลอิสระอื่นไม่สามารถผ่านได้ (เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องสมอง และระบบประสาท)
6. ลดอาการปวดข้อมือเนื่องจากเอ็นอักเสบ (เหมาะกับคนใช้มือทำงานหนัก ปวดข้อมือ นิ้วล๊อค เอ็นข้อมืออักเสบ)
7. บรรเทาอาการปวดจากเม็ดพุพองและแผลเปื่อยในปากเนื่องจากเป็นไข้ (ผื่นคัน ภูมิแพ้ ร้อนใน ทำนองนั้น)
8. เทนนิส เอลโบ ซึ่งเป็นอาการอักเสบของกล้ามเนื้อกระดูกข้อมือ มีตำแหน่ง เกาะข้อศอกอยู่ด้านนอกของกระดูกต้นแขน
(คนทำงานหนัก, นักกีฬา – เทนนิส แบดมินตัน กอล์ฟ กีฬาทุกชนิดที่ต้องใช้กำลังแขน)
9. โรครูมาตอยด์
10. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลเลว เพิ่มลดระดับคลอเรสเตอรอลดี ,ไตรกลีเซอไรด์
11. ปรับปรุงคุณภาพน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้มีบุตรง่ายขึ้น
12. ป้องกันการปวดข้อและปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากการออกกำลังกาย และช่วยให้ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายได้เร็วขึ้น
13. เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต่อต้านสารก่อมะเร็ง
หมายเหตุ: ขนาด 60 เม็ด นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อ ศ. 11 พ.ย. 2554 @ 17:12
695 [ลบ]
เมื่อ พ. 28 ธ.ค. 2554 @ 22:35
704 [ลบ]
การผ่าตัดดังกล่าวใช้เวลาไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลยไม่จำเป็นต้องนอนค้าง แต่ต้องทำแผลทุกวันที่สถานสุขภาพใกล้บ้าน
ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดของรพ. รัฐอยู่ที่ประมาณ 3000 บาท
การแผลผ่าตัดไม่น่ากลัวเมื่อดังรูป ส่วนมากที่พบเห็นจะมีความยาวของบาดแผลประมาณ 3-4 cm
แนะนำว่าหากรักษาด้วยวิธีอื่นไม่หายควรมาผ่าตัดดีกว่าค่ะ ดีกว่าทนไปเรื่อย ๆ
เมื่อ อ. 17 ม.ค. 2555 @ 20:36
709 [ลบ]
ขอบคุณครับ
เมื่อ พฤ. 19 ม.ค. 2555 @ 09:55
710 [ลบ]
ทางบริษัทมียาแค็ปซูลสกัดจากสมุนไพร ผ่าน อย.รักษาและบรรเทาอาการปวดจากเอ็นอักเสบโดยตรง และอาการปวดเรื้อรัง เช่น Office Syndrome
ผ่านมาตรฐานการผลิต GMP และผ่านการับรองจาก อย. ทะเบียนเลขที่ G240/54
ขนาดที่แนะนำให้ใช้ ปวดมาก ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ปวดปานกลาง ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น ปวดน้อย ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ควรรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 2-3วัน
สนใจโทรถามได้ครับที่ 0863219531 หรือ email pisit@eterna.co.th
กดที่นี่เพื่อเพิ่มความคิดเห็น
(หน้าต่างใหม่สำหรับให้ความคิดเห็นจะถูกเปิดขึ้น)