คนไทยก็ต้องนึกถึงวันสงกรานต์ ส่วนชาวคริสต์คู่กับวันคริสมาสต์ที่เพิ่งผ่านมา อย่างนั้นแล้วถ้าเป็นชาวจีน ด้วยบรรยากาศคล้ายๆกัน ย่อมต้องนึกถึงวันตรุษจีนอย่างแน่นอน วันที่แต่ละชาติต่างก็มีประเพณีปฏิบัติที่คล้ายๆ กันโดยในวันนี้ถือเป็นเทศกาลวันหยุดยาวที่สำคัญ ต่างหยุดพักการทำงาน เป็นช่วงเวลาของครอบครัวให้ญาติพี่น้องได้เดินทางกลับบ้านไปพบปะสังสรรค์กัน

ตรุษจีน เป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีน มีการจัดงานตามประเพณีที่มีมาแต่ช้านาน และจัดงานเฉลิมฉลองเป็นที่รู้จักไม่แพ้เทศกาลของชาติฝรั่ง เพราะชาวจีนได้เดินทางออกไปตั้งชุมชนกระจายทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้เข้ามาอยู่บนผืนแผ่นดินไทยจนแนบแน่นกลมเกลียวเสมือนเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน
ตรุษจีน เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานนับพันปี นับเป็นวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เดือน 1 ของชาวจีนที่ถือเอาตามปฏิทินแบบจันทรคติ ซึ่งช่วงของการฉลองตรุษจีนนี้จะเรียกกันว่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือจากที่การทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพสำคัญของชาวจีนมาตั้งแต่อดีต การสังเกตสภาพดินฟ้าอากาศและฤดูกาล เพื่อจดบันทึกทำเป็นปฏิทิน เพื่อใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวจึงเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนจีนที่สำคัญ ดังนั้นแล้ววันตรุษจีนนี้จึงเป็นวันขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ที่บรรพชนชาวจีนได้กำหนดขึ้นมานั้นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว่าในวันนี้ เทพเจ้าจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ฉะนั้นจึงควรสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลวันขึ้นปีใหม่
ก่อนถึงเทศกาลวันตรุษจีน จะการเตรียมงานล่วงหน้าเป็นเดือน มีการจัดหาของขวัญเตรียมมอบให้แก่กัน ทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ ถือเป็นการกวาดเอาสิ่งโชคร้ายในปีนั้นออกไป ประดับตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงาม ตระเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่เป็นศิริมงคล และแน่นอนว่าสีสันที่ชาวจีนนิยมในการตกแต่งบ้านเรือนและเลือกเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ คือ สีแดง สีอันเป็นมงคลของชาวจีนนั้นเอง ในช่วงเทศกาลนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยสีแดงสด ประตูหน้าต่างถูกทาด้วยสีแดง ป้ายคำอวยพรจากกระดาษสีแดงเขียนด้วยตัวอักษรจีนสีทองแขวนตามบ้านและร้านค้าต่างๆ แต่เดิมเทศกาลวันตรุษจีน เคยมีการฉลองยาวนานถึง 15 วัน ตั้งแต่วันแรกของปีใหม่ไปถึงวันที่สิบห้า ที่เป็นงานฉลองโคมไฟ
แต่ในปัจจุบันด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ทำให้การจัดงานเหลือวันที่เราๆในประเทศไทยคุ้นเคยกันดีเพียง 3 วัน นั้นคือ วันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่
โดยวันแรกนั้นคือวันจ่าย หรือ ตือเส็ก
อันเป็นวันสุดท้ายก่อนสิ้นปี วันนี้ชาวจีนจะพากันจับจ่ายซื้ออาหาร เครื่องเซ่นไหว้ และของใช้ต่างๆ เพื่อเตรียมไว้ใช้ในเทศกาลตรุษจีน เพราะหลังจากวันนี้แล้ว บรรดาร้านคาต่างๆจะพากันหยุดยาว ในเวลาค่ำของวันนี้จะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน

วันไหว้ หรือ วันสิ้นปี
วันนี้จะมีการไหว้ 3 ครั้ง
ครั้งที่หนึ่งในตอนเช้ามืด จะทำการไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย คือ การไหว้เทพเจ้าต่างๆ โดยเครื่องไหว้จะประกอบไปด้วย เนื้อสัตว์ 3 อย่างที่เรียกว่า ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด แต่ก็อาจเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือใช้ขอไหว้มากกว่านั้นเป็น เนื้อสัตว์ 5 อย่างก็ได้ ซึ่งก็จะเพิ่ม กุ้งมังกร และ ขึ้นมา นอกจากนี้ก็จะมีน้ำชา เหล้า และกระดาษเงินกระดาษทอง
ครั้งที่สองในตอนสายไม่เกินเที่ยง จะเป็นการไหว้บรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นของจีน ที่แสดงถึงความกตัญญูตามคติจีนนั่นเอง สำหรับของไหว้ก็จะประกอบไปด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน หรือทำตามอาหารที่ผู้ล่วงลับเคยชื่นชอบเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ และทำการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากกระดาษ เป็นการอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ
ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ
สุดท้ายในตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ ซึ่งเป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งผีไม่มีญาติ เครื่องไหว้จะต่างจากสองครั้งก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล รวมทั้งกระดาษเงินกระดาษทอง และในช่วงเวลานี้เองที่เราจะได้ยินเสียงจุดประทัดดังทั่วทุกแห่งหนเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปและเป็นสิริมงคลสำหรับปีใหม่
อาหารหลังจากที่ใช้เซ่นไหว้นั้น สุดท้ายก็จะนำมารับประทานร่วมกันในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคล และในมื้อค่ำของวันนี้ เช่นเดียวกับวันคืนวันส่งท้ายปีใหม่แบบสากล คืนนี้นับว่าเป็นวันที่สนุกสนานครื้นเครงที่สุด ครอบครัวจะพร้อมหน้าพร้อมตาร่วมวงสังสรรค์เฮฮารับประทานมื้อค่ำร่วมกันอาหารที่รับประทานกัน บรรยากาศของอาหารค่ำ เด็กน้อยวิ่งเล่นหยอกล้อกันสนุกสนาน ผู้ใหญ่ก็ดื่มสังสรรค์ พูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน หากิจกรรมผ่อนคลายร้องรำทำเพลง เล่นเกม หรือตั้งวงไพ่ เพื่อรอต้อนรับวันปีใหม่ที่กำลังเดินทางมาพร้อมกับโชคดีมีชัย
ความหมายมงคล ของอาหารและชุดของไหว้

รู้กันดีว่าชาวจีนจะถือเรื่องโชคลาง และให้ความสำคัญกับอาหารที่ใช้ในพิธีต่างๆเพื่อความหมายอันเป็นมงคล ชุดของไหว้ที่ใช้จึงประกอบไปด้วยอาหารต่างๆที่มีความหมายเป็นมงคลในตัวดังนี้
ซาแซ หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ
ส่วนมากจะเลือกเฟ้นอาหารที่มีความหมายเป็นมงคลต่างๆกันออกไป เช่น
กุ้ง จะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข
เป๋าฮื้อแห้ง ให้ความหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี
ปลาสด ถือกันว่าจะนำมาซึ่งโชคดี
สาหร่าย ดูคล้ายผมแต่กินได้ หรือที่เรียกว่า ผมเทวดา จะนำความความร่ำรวยมาให้
หมู หมายถึง ความมั่งคั่ง ความกินดีอยู่ดี อีกทั้งหัวหมูยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสมองและปัญญา
ไก่ทั้งตัวมีหัวหางและเท้าอยู่ครบ หมายถึงความเจริญก้าวหน้า การตรงเวลา ความรู้งาน
สำหรับที่ไก่มีหงอน สื่อถึงหมวกขุนนาง จึงแสดงถึงความเจริญก้าวหน้า
ตับ หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพราะในภาษาจีนเรียกตับว่า กัว ซึ่งพ้องกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง
ปลา เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกัน และหมายถึงความอุดมสมบรูณ์ เหลือกินเหลือใช้
กุ้งมังกร หมาย ถึงมีอำนาจวาสนา ชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข แต่คนแต้จิ๋วจะเปลี่ยนจากกุ้งมังกรเป็นเป็ด ส่วนคนจีนแคะจะเปลี่ยนเป็นปลาหมึกแห้ง
อาหารชุดกับข้าว
ลูกชิ้นปลา หมายถึง ความสามัคคีกลมเกลียว
ผัดตับกับกุยช่าย ตับหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กุยช่าย หมายถึง รวย
ผัดถั่วงอก หมายถึง ความเจริญงอกงาม อำนาจวาสนา
เต้าหู้ หมายถึง ความสุข
สาหร่ายทะเล หมายถึง โชคดีความร่ำรวย
เส้นหมี่ หมายถึง ชีวิตที่ยืนยาว อาหารที่ทำจากเส้นหมี่จึงไม่ควรตัดนั่นเอง
หน่อไม้ คล้ายคำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข
เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง คล้ายคำว่า เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข แต่เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะต่างออกไป เพราะสีของมันเป็นสีขาว ที่คนจีนถือว่าไม่เป็นมงคล เป็นสีแห่งโชคร้ายหมายถึงการไว้ทุกข์
อาหารชุดของหวาน
ขนมถ้วยฟู หมายถึง ขนมแห่งความเจริญงอกงาม
ขนมคักท้อก้วย เป็นซาลาเปาไส้ต่างๆ โดยไส้ต่างๆจะสื่อถึงความเป็นมงคล เช่น ไส้เต้าหู้ ซึ่งมีหมายถึงความสุข ไส้กุยช่าย หมายถึงความร่ำรวย
ขนมซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาปั้นเป็นรูปลูกท้อแต้มสีชมพู
ลูกท้อ ชาวจีนถือกันว่าเป็นเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน
ขนมไข่ หมายถึงการเกิดและการเจริญเติบโต
โหงวเส็กทึ้ง หรือที่รู้จักในชื่อขนมจันอับ ประกอบไปด้วยขนมห้าอย่าง คือถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ข้าวพอง หมายถึง ความเจริญงอกงาม
ฟักเชื่อม ซึ่งหมายถึงความร่ำรวยและความหวานของชีวิต
ชุดผลไม้
ส้ม ภาษาจีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่า ทอง จึงสื่อถึงความหมายที่ดี
กล้วย หมายถึง ดึงโชคเข้ามา อีกทั้งกล้วยนั้นออกลูกเป็นเครือ จึงสื่อถึงการมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
องุ่น หมายถึง งอกงาม
ท้อ หมายถึง อายุยืน
สับปะรด หมายถึง การเรียกเอาสิริมงคลเข้ามา
เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
เกาลัด หมายถึง เงิน
วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ
เรียกว่าวันชิวอิด เป็นวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินแบบจันทรคติ ในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 มกราคม 2552 ในวันนี้ ตามธรรมเนียมของชาวจีนที่ถือปฏิบัติกัน จะนิยมแต่งกายด้วยชุดสีแดงเป็นมงคล เป็นการออกเที่ยวนอกบ้านไปไหว้ขอพรและอวยพรปีใหม่ แก่บรรดาญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก ด้วยการนำส้มสีทองผลไม้มงคล 4 ลูกห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชายที่หมายถึงการนำโชคดีไปให้ และที่เรียกวันนี้ว่าวันถือก็เพราะวันนี้จะถือว่าเป็นวันศิริมงคล จะถือเคล็ดบางอย่าง งดการทำสิ่งไม่ดี ตามความเชื่อของจีน
ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

ช่วงเทศกาลตรุษจีน ต้องไม่โกรธ ริษยา ไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล หรือให้ความหมายเป็นนัยไม่ดี อย่างคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็ไม่ควรพูดออกมา เรื่องราวเก่าๆที่ไม่ดีในปีเก่าก็ไม่นำมาพูดถึง ไม่ควรร้องไห้หรือทำสิ่งไม่ดีตั้งแต่วันปีใหม่ เพราะถือว่าจะต้องมีเรื่องให้เสียใจไปตลอดปี ควรคิด ทำ และพูดแต่สิ่งดีๆ เพราะถือว่า การทำสิ่งใดในวันนี้จะส่งผลไปตลอดทั้งปี และไม่ควรสระผมในวันนี้ เพราะจะหมายถึงการชะล้างเอาโชคดีออกไป เช่นเดียวกับจะไม่กวาดบ้านเรือนในวันนี้เพราะจะเป็นการกวาดเอาโชคออกจากบ้าน แต่หากว่าบ้านรกจนจำเป็นต้องกวาดจริงๆ ก็จะกวาดเข้าในตัวบ้าน
และที่ขาดไม่ได้ของวันนี้คือ "อั้งเปา" หมายถึง ซองแดง ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่เงิน ที่ผู้ใหญ่มอบให้ลูกหลานที่ยังเด็ก หรือที่โตแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือเป็นซองที่ผู้ใหญ่มอบให้ผู้น้อยอย่างเจ้านายมอบให้ลูกจ้าง หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ตามที่มาจากสมัยก่อน ที่เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยเหรียญด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ และเด็กที่ได้รับก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว
แม้ปัจจุบันความเชื่อ หรือธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการเลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หลักใหญ่ใจนั้นความลูกหลานชาวจีนก็ยังร่วมสืบสานแสดงให้เห็นถึงความเป็นจีนที่แท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งไหน
คำอวยพรในวันตรุษจีน
กระดาษสีแดง ตัวอักษรสีทองหรือสีดำ ที่พบเห็นในเทศกาลตรุษจีน จะเขียนด้วยถ้อยคำมงคลต่างๆ เช่น
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวกใช้
คำแปล : ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย
ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ
คำแปล : ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย
เจาไฉจิ้นเป้า
คำแปล : เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติเข้าบ้าน
ฟู๋ลู่ซวงฉวน
คำแปล : ศิริมงคลเงินทองอำนาจวาสนา
จู้หนี่เจี้ยนคัง
คำแปล : ขอให้คุณสุขภาพแข็งแรง
จู้หนี่ฉางโส่ว
คำแปล : ขอให้คุณอายุยืนยาว
จู้หนี่ซุ่นลี่
คำแปล : ขอให้คุณประสบความสำเร็จ
จู้เห้อซินเหนียน
คำแปล : การอวยพรปีใหม่


เมนูสำหรับ ????????
กดที่นี่เพื่อเพิ่มความคิดเห็น
(หน้าต่างใหม่สำหรับให้ความคิดเห็นจะถูกเปิดขึ้น)